TH EN
alt

10 เทคโนโลยี ที่ชาวไอทีควรทำความรู้จัก (Part2)

  10 พ.ย. 2560   ข่าวประชาสัมพันธ์

4.Insightful Data

ปัจจุบันองค์กรต่างๆมีการผลิตข้อมูลในระบบออกมาจำนวนมาก เช่น ข้อมูลการใช้บริการ, ความพึงพอใจของลูกค้า และอื่นๆ บางองค์กรข้อมูลเหล่านั้นมีจำนวนมาก อาจถึงหลัก Petabytes (เทียบเท่า 1024 TB) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์กับทางธุรกิจค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรใดจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์มากกว่ากัน ทำให้เกิดอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน เรียกว่า “Data Scientist” เป็นผู้ที่สามารถนำเอาข้อมูลในระบบต่างๆมาแปลงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อองค์กร (Insightful Data) ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ขององค์กรได้ในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในองค์กรขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องมี Data Scientist ก็ได้ เนื่องจากมีระบบต่างๆมากมายที่ทำการ Analyze Data ให้ใช้งานอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น บางบริษัทมีการนำเอา Analytic Software เข้ามาติดตามการใช้งานเว็บไซท์ของตนเอง ช่วยให้สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น ส่งผลให้สามารถออกโปรโมชั่นหรือบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงในอนาคต

5.Digital Business

หากพูดถึง Digital Business ในภาพรวมนั้นจะมีขนาดใหญ่มาก เป็นการ Disruption ธุรกิจเดิมๆให้แตกต่างออกไป และมีการนำเทคโนโลยีอื่นๆมาใช้ร่วมด้วย เช่น Big Data, Insightful Data, IoT, Open API ที่ได้กล่าวถึงในข้อแรกๆ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้สามารถเสนอบริการที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น Uber, Airbnb ทำให้องค์กรในปัจจุบันควรคิดค้นที่จะนำเอาบริการเดิมของตนเองมาสร้างเป็น Digital Bussiness ให้มากขึ้น

 

6.Security  ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆก้าวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ CIO หรือชาวไอทีทุกคนควรตระหนักและทำความเข้าใจ เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆก็นำมาซึ่งการโจมตีแบบใหม่ๆ ในปัจจุบันมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆมากมายอยู่ภายใต้ Data Center ขององค์กร ไม่ว่าจะเป็น Malware Protection, Email Security, Firewall, Network Access Control, Intrusion Prevention System และอื่นๆ ซึ่งการนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาใช้งาน ผู้ดูแลระบบควรศึกษาทำความเข้าในอุปกรณ์และออกนโยบายขององค์กรที่ชัดเจน เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุด

7.Team Messaging Applications

การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร ซึ่งช่วยให้พนักงานต่างๆสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วมากขี้น อย่างไรก็ตามหลายๆองค์กรยังอนุญาตให้พนักงานนำเอาแอพพลิเคชันภายนอกจากที่มีความปลอดภัยต่ำมาใช้งาน ส่งผลให้ข้อมูลขององค์กร เช่น ไฟล์งานสำคัญ หรือข้อความต่างๆ หลุดออกไปภายนอกองค์กรได้ ทำให้ Team Messaging Application เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถละเลยได้

ในปัจจุบัน Team Messaging Application นั้นมีความสามารถมากมาย เช่น เป็น Unified Communications (UC) สามารถใช้งานได้ในแบบโทรศัพท์ หรือ Online Meeting, มี Project Management, Security Keys, Voice Messaging, Single sign-on กับระบบขององค์กร, รองรับรับ File Sharing ในตัว ทำให้ผู้ดูผลระบบควรศึกษาและนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาปรับใช้ในองค์กรของตนเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัยมากที่สุด

8.Shadow IT

Shadow IT คือซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มต่างๆที่พนักงานนำมาใช้งาน โดยไม่ผ่านการอนุญาตจากฝ่ายไอที เช่น ระบบ File Sharing นอกองค์กร, Virtual Computing, Database Platform และแอพพลิเคชันส่งข้อความต่างๆ ที่พนักงานนำมาใช้เอง ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตามฝ่ายไอทีอาจไม่รู้ว่าพนักงานในองค์กรมีการใช้งานแอพพลิเคชันเหล่านี้อยู่ ส่งผลให้ Shadow IT เริ่มขยายขนาดอย่างรวดเร็วไปในแผนกต่างๆ เนื่องจากแอพลิเคชันเหล่านี้สามารถจัดหาได้ง่าย จนมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในองค์กร และท้ายที่สุดเมื่อฝ่ายไอทีต้องเข้ามาดูแล Shadow IT ก็ยากที่จะควบคุมไปเสียแล้ว

พนักงานท่านใดที่ใช้งานแอพพลิเคชันที่จัดว่าเป็น Shadow IT ก็ควรที่จะรีบเข้าไปปรึกษากับฝ่ายไอที เพื่อให้สามารถคิดหาวิธีการป้องกันความปลอดภัยหรือหาโซลูชันมาแทนที่ได้โดยเร็วที่สุด

9.Hybrid Services

Hybrid Services เข้ามามีบทบาทในองค์กรมากขึ้น โดยสามารถแบ่งเป็น Service ที่ทำงานอยู่บน Cloud และ On-premise ภายในองค์กร โดยระบบบางอย่างนั้นยังจำเป็นที่ต้องทำงานแบบ On-premise ในองค์กรอยู่ ซึ่งขัดกับความเชื่อในปัจจุบันที่ว่าทุกระบบควรจะขึ้นไปทำงานบน Cloud แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ทีม Cisco IT UCV นั้นรองรับการทำงานแบบ Hybrid โดยในระบบแบบ On-premises นั้นจะมีระบบ Voice, Video และ Contact Center ให้บริการอยู่ และสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบ Cloud ที่ให้บริการ Conferencing, Messaging และ Video Streaming ได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของบริการนั่นเอง

องค์กรต่างๆควรมีความเข้าใจในบริการ Hybrid Service และวางทิศทางการใช้งานเทคโนโลยี Cloud ภายในองค์กรให้เหมาะสมมากขึ้น

 

10.Advanced Analytics  การทำ Data Analytic เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในองค์กรต่างๆ ทำให้ได้ Insightful Data มาเพิ่มประโยชน์ทางธุรกิจให้กับองค์กร แต่ในทางด้านความปลอดภัย มีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Advanced Analytics เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบเครือข่ายขององค์กรมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Cisco มีระบบ Cisco Tetration Analytics ที่มีความสามารถในการมองเห็นทุกสิ่งใน Data Center ขององค์กร โดยจะมี Sensor ต่างๆคอยตรวจจับการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ช่วยในการทำ Analytics ในเชิงลึกได้ สามารถต่อยอดไปในเชิงของการทำ Forensics และช่วยเพิ่มความปลอดภัยแบบสูงสุดด้วยการใช้งาน Zero-trust Model

ที่มา : http://blogs.cisco.com/ciscoit/b-boit-09222016-five-technologies