TH EN
alt

เข้าใจภาวะ Refeeding syndrome อดอาหารมานาน แต่ยังรีบกินไม่ได้ !

  6 ก.ค. 2561   ข่าวประชาสัมพันธ์

Refeeding syndrome คืออะไร

           จากข้อมูลของเภสัชกร ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ภก.เฮียกล้วย และอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ระบุว่า ภาวะ Refeeding syndrome คือ ภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารมานาน จนร่างกายปรับตัวดึงแร่ธาตุในเซลล์ไปใช้แทนน้ำตาลกลูโคส ดังนั้นถ้าหากคนที่อดอาหารมานานได้กินอาหาร หรือได้รับสารอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเข้าไปทันที ไม่ว่าจะผ่านการกินทางปาก หรือการให้ทางหลอดเลือดดำก็ตาม จะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็กโทรไลต์เข้าสู่เซลล์อย่างรวดเร็ว

          อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารเข้าไปแล้ว ร่างกายจะรีบนำแร่ธาตุที่ได้คืนมาไปชดเชยเซลล์ที่ยืมมาใช้ แต่ก่อนที่แร่ธาตุจะเข้าไปในเซลล์ได้ จะต้องดูดเข้าไปในกระแสเลือดก่อน แต่เมื่อดูดซึมเข้าไปแล้ว สารอาหารสำคัญในกระแสเลือด อย่างเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินบี 1 ก็จะเข้าไปในเซลล์ทั้งหมดด้วยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกลือแร่ในเลือดลดต่ำลง อาจมีภาวะสมดุลน้ำและโซเดียมผิดปกติ ซึ่งภาวะเช่นนี้จะส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งระบบสมอง ประสาท กล้ามเนื้อ และทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจหยุดเต้นจนเสียชีวิตได้เลย อย่างไรก็ตาม ในบางคนอาจไม่เป็นอะไรหรือไม่มีอาการตามที่กล่าวมา เพราะตามกลไกปกติ ร่างกายจะมีการรักษาสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายเองได้ในระดับหนึ่ง

Refeeding syndrome ป้องกันได้อย่างไร
          เพื่อเป็นการป้องกันภาวะ Refeeding syndrome แพทย์จะต้องตรวจร่างกายผู้ที่ขาดอาหารมานานเพื่อประเมินสภาพร่างกายเสียก่อน จากนั้นจึงเริ่มให้อาหารตามลำดับขั้นตอนคือ 

            - เจาะเลือดตรวจระดับอิเล็กโทรไลต์ ระดับฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียมในเลือด
          - ให้กินวิตามินบี 1 (ไทอามีน) 200-300 มิลลิกรัมต่อวันทางปาก หรือกินวิตามินบีรวม 1-2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หรือให้วิตามินบีรวมทางหลอดเลือดดำ ร่วมกับวิตามินรวม/แร่ธาตุรวม วันละ 1 ครั้ง

          - เริ่มให้สารอาหารทีละน้อย ไม่เกิน 10 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม/วัน แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณพลังงานและสารอาหารอย่างช้า ๆ จนถึงระดับเป้าหมายภายใน 4–7 วัน แต่หากคนไข้มีภาวะทุพโภชนาการ ให้เริ่มต้นให้สารอาหารไม่เกิน 5 กิโลแคลอรี/กิโลกรัม/วัน
          - ระหว่างนี้แพทย์ต้องตรวจและประเมินสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิด โดยให้สารน้ำชดเชยอย่างเพียงพอ ติดตามระดับฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโพแทสเซียมอย่างใกล้ชิด ให้อิเล็กโทรไลต์ชดเชยหากมีภาวะอิเล็กโทรไลต์ในเลือดต่ำ         
          - ติดตามอาการจนครบ 2 สัปดาห์
          อย่างไรก็ตาม ใครที่ติดตามข่าวการช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนอยู่ก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป เพราะทีมแพทย์ที่เข้าไปช่วยเหลือทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว และเตรียมพร้อมดูแลเด็ก ๆ อย่างเต็มที่เพื่อคืนทุกคนกลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อย่างปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูลจาก