TH EN
alt

5 สรรพคุณของมันม่วง รู้แล้วยิ่งอยากกิน ยิ่งฟินกว่า !

  6 ก.ค. 2561   ข่าวประชาสัมพันธ์

กระแสมันม่วงมีมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าความฮอตของมันม่วงจะลดน้อยลงไปสักเท่าไร เพราะนอกจากจะมีการนำมันม่วงมาทำขนม ทาร์ต ลามไปจนไอศกรีมมันม่วง เดี๋ยวนี้ก็เริ่มเห็นเมนูขนมไทย ๆ อย่างบัวลอยมันม่วง ไข่นกกระทามันม่วง เรียกว่ามองไปทางไหนก็มีแต่มันม่วงเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แสดงให้เห็นว่ามันม่วงเป็นอาหารที่นำมาทำเมนูอะไรก็อร่อย สีมันเทศสีม่วงก็สวยน่ารับประทาน และในส่วนสรรพคุณของมันม่วงนั้นก็ไม่ใช่ย่อยเลยค่ะ

* มันม่วง คือมันอะไรกันแน่

          จริง ๆ แล้วกระแสมันม่วงที่ฮิตกันมาจากมันม่วงของญี่ปุ่น แต่มันม่วงที่เห็นขายกันตามท้องตลาดบ้านเรา เป็นมันเทศสีม่วงที่ปลูกในไทย ขายในไทย ให้คนไทยได้กินกันเองนี่แหละค่ะ ซึ่งมันเทศสีม่วงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Sweet Potato ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมันม่วงนั้นคือ Ipomoea batatas (L.) Lam. มันเทศจัดเป็นพืชในวงศ์ Convolvulaceae

          มันเทศสีม่วงจัดเป็นพืชกินหัว มีลำต้นเป็นเถาหรือเป็นพุ่มตั้งตรง ถิ่นกำเนิดของมันเทศสีม่วงอยู่ในเขตร้อนแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ส่วนมันเทศสีม่วงในไทยมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ทั่วทุกภาค โดยมีพื้นที่เพาะปลูกมันเทศสำคัญแบ่งตามภูมิภาคได้ ดังนี้

          - ภาคเหนือ : เชียงใหม่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และสุโขทัย

          - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เลย สุรินทร์ และบุรีรัมย์

          - ภาคกลาง : อยุธยา สุพรรณบุรี และปทุมธานี

          - ภาคใต้ : นครศรีธรรมราช ชุมพร และปัตตานี

* คุณค่าทางโภชนาการของมันม่วง

          กรมส่งเสริมการเกษตร เผยคุณค่าทางโภชนาการของมันเทศสีม่วงปริมาณ 100 กรัม ดังนี้

          น้ำ 70 กรัม

          พลังงาน 114 กิโลแคลอรี

          โปรตีน 1.5 กรัม

          ไขมัน 0.3 กรัม

          คาร์โบไฮเดรต 26 กรัม

          เส้นใย 1 กรัม

          แคลเซียม 25 มิลลิกรัม

          ธาตุเหล็ก 1 มิลลิกรัม

          ไธอามีน 0.1 มิลลิกรัม

          ไรโบฟลาวิน 0.04 มิลลิกรัม

          ไนอาซีน 0.7 มิลลิกรัม

          กรดแอสคอร์บิก 30 มิลลิกรัม

          นอกจากสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายข้างต้นแล้ว มันเทศสีม่วงยังอุดมไปด้วยพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแอนโทไซยานิน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในเฉพาะผัก ผลไม้ และพืชที่มีสีม่วง แดง และน้ำเงินเท่านั้น
ขอบคุณที่มาข้อมูล อ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://health.kapook.com/view195887.html